ไฟป่าทำลายบ้าน สเปนเซอร์ แพรตต์ ชนะใจผู้คน แต่การเมืองแบบ ‘โกรธแค้น’ จะพาโลกลำบากไปถึงไหน?
(SeaPRwire) –
By: Adrian Cole

การขึ้นมาของสเปนเซอร์ แพรตต์ ไม่ใช่เรื่องน่าตกใจสำหรับนักวิชาการที่ศึกษาภัยพิบัติ มันคือบทพิสูจน์ที่ชัดเจนว่า การจัดการภัยพิบัติที่ล้มเหลวคือเชื้อเพลิงชั้นดีสำหรับนักการเมืองต่อต้านระบบ งานวิจัยจากอิตาลีปี 2023 แสดงให้เห็นว่าการตอบสนองต่อแผ่นดินไหวที่ย่ำแย่ได้สร้างแหล่งบ่มเพาะอำนาจนิยม การศึกษาของธนาคารพัฒนาแห่งอเมริกา ก็ชี้ให้เห็นว่าแผ่นดินไหวในเม็กซิโกนำไปสู่ความไม่ไว้วางใจทางการเมือง และกลุ่มขวาจัดในสหรัฐฯ ก็ใช้ช่วงเวลาหลังภัยพิบัติเป็นโอกาสในการสรรหาสมาชิก
[ข้อเท็จจริงทางการเมือง] แพรตต์ ดารารีแอลลิตีที่บ้านถูกไฟป่าเผาเมื่อ 18 เดือนที่แล้ว กำลังมีโอกาสได้ลงชิงตำแหน่งนายกเทศมนตรีลอสแอนเจลิสกับคาเรน บาสส์ ในการเลือกตั้งทั่วไปปลายปีนี้ แม้คะแนนจะยังนับไม่เสร็จ เขาใช้ความโกรธแค้นจากไฟป่าและความล่าช้าในการฟื้นฟูเป็นหัวใจรณรงค์ ข้อเรียกร้องหลักคือความรับผิดชอบจากผู้บริหารเดิม และการปฏิรูปการประกันภัยและการจัดการฉุกเฉิน
[ผลกระทบทางสังคมที่แท้จริง] แต่แก่นแท้ของแคมเปญเขาคือความไม่ไว้วางใจในผู้เชี่ยวชาญและชนชั้นการเมืองเดิม ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่จำเป็นที่สุดในการรับมือภัยพิบัติจากสภาพอากาศ ภาวะทางการเมืองที่ขัดแย้งและไร้ประสิทธิภาพจะชะลอการฟื้นฟู สร้างความไม่แน่นอนให้ตลาดประกันภัย และทำให้หน่วยงานภาครัฐที่ธุรกิจพึ่งพาเป็นอัมพาต นี่คือต้นทุนที่แบบจำลองสภาพอากาศและการซ้อมรับมือมักมองข้าม
ปรากฏการณ์นี้ยังขัดกับความเชื่อของนักเคลื่อนไหวด้านสภาพอากาศหลายคน ที่คิดว่าภัยพิบัติจะผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนโยบายเพื่อแก้ที่รากเหง้า แพรตต์ เป็นตัวอย่างที่ชี้ว่า มันอาจนำไปสู่การเมืองแบบปลุกระดมความโกรธแทน ซึ่งจะซ้ำเติมความเสี่ยงเดิมและสร้างความท้าทายด้านการบริหารจัดการที่ใหญ่ขึ้นไปอีก
การเมืองที่ขับเคลื่อนด้วยความโกรธจากภัยพิบัติจะไม่นำไปสู่การปรับตัวที่แท้จริง มันจะสร้างวงจรอุบาทว์ของความไร้ประสิทธิภาพและความไม่ไว้วางใจที่กัดกร่อนโครงสร้างพื้นฐานของการปกครองในที่สุด
Author bio: Adrian Cole, นักวิชาการชื่อก้องโลกที่ศึกษาด้านการบริหารรัฐกิจและนโยบายสังคมมายาวนาน ผลงานวิจัยของเขาเน้นการวิเคราะห์ผลกระทบทางสังคมจากนโยบายสาธารณะและการจัดการภัยพิบัติ